Welcome to Thai Nation News  หนังสือพิมพ์ไทยเนชั่นนิวส์ <<--- สาระ อิสระ คุณธรรม สร้างสรรค์สังคม.....Thai News Online, Thai News Station!!!

0

ooo

. Las Vegas WebCam

Thai NationTV ไทยทีวี 

Thai Nation Radio

ThaiTVnet Online!

หน้าหลัก
ข่าวหน้าหนึ่ง
บทบรรณาธิการ

เปิดใจในฉบับ

คนสานฝัน

ห้องจิปาถะ

คนเมืองรถม้า

เลดี้คอนเนอร์

มีอะไรในเวกัส

ลาสเวกัสวาไรตี้

เติมรักให้เต็มร้อย

โครงการในพระราชดำริ

การแพทย์ทางเลือก

คุยเฟื่องการเมืองไทย

เรื่องสั้นประจำฉบับ

วันนี้ที่แอลเอ

ใต้ฟ้าอริโซน่า

เจ๊าะแจ๊ะแวะกิน

ใต้ร่มโพธิญาณ

ธรรมะทายาท

กองบรรณาธิการ

ที่นี่บริการฟรี

วิดีโอข่าว

Clips Video New>here

Best Links!

.

.
 

Sponsor

Dentist Doctor
Thai House Restaurant
Little Bangkok
Thai Massage Vegas
Dr Thongxay
Vitamin-Optimum
Banquet Hall
Sandy Realtor
Laos Market
Thai Grill Reastaurant
Krazy Buffet
Sister Market
Bangkok Market
Laos Thai Restaurant
Laos Asia Market
Ocha Thai Cuisine
TJ Realtor
Sakun Thai Cuisine
Thai Laos Market
Connie Salon
Wok & Wings
On & Da Salon
JR Wireless
and More -> click

 
0
 

Quick Search ค้นหาหัวข้อข่าวและคอลัมน์

บทความและรูปภาพที่ต้องการได้ที่นี่

จ่ายค่าโฆษณาในนสพ.ไทยเนชั่นยูเอสเอได้ที่นี่ Advertise Payment Here!
Advertise Prices
ไทยเนชั่นเสียงแห่งธรรมะ..สมเด็จพระพุฒาจารย์  

LIVE Thai Nation TV, Thai Nation Radio รอรับชมทุกช่องของทีวีไทย 7/24 จากไทยเนชั่นทีวี! 

HAPPY NEW YEAR 2010

 
  สกู๊ปพิเศษ
 

เติมรักให้เต็มร้อย

 

ความรัก VS ความเครียด

การที่จะต่อเติมหรือเปลี่ยนแปลงอะไรให้ใหม่ เราก็จำเป็นที่จะต้องทำลายของเก่าทิ้งไปก่อน ความรักก็เช่นกัน การที่เราจะเพิ่มพูนความรักหรือตฺมรักให้เต็มร้อยได้นั้น เราควรโละสิ่งเก่าๆที่ไม่ดีทิ้งไปก่อนไม่ใช่หรือ??? ...วันนี้ผู้เขียนจะพูดถึงเรื่อง ความเครียด”  ดูเหมือนว่าคนเราจะเครียดกันไปเยอะ นอกจากเรื่อง เศรษฐกิจปากท้อง หรือเรื่องการงาน การเงิน แล้วยังจะมีปัญหาของลูก หลาน ที่ต้องเผชิญกับ ความรุนแรงในสังคม การพนันหรือยาเสพติดที่แพร่หลาย อยู่ในทุกวันนี้ 

    ความเครียด..หมายถึงปฏิกิริยาของร่างกายและจิตใจ ที่มีต่อสิ่งที่มากระตุ้น ซึ่งคำว่าปฏิกิริยาก็ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นการตอบ สนองของร่างกายบางส่วน เช่น ปวดหัว หัวใจเต้นแรง เหงื่อออก ปวดท้อง มือไม้สั่น บางคนก็ต้องกรี๊ดๆร้องดังๆ หรือมีความรู้สึกกระวนกระวาย เวียนศีรษะ …อยากจะอ๊วก(อาเจียน)ว่างั้นเถอะ บางคนถึงขนาดต้องมือล้วงคอเชียวแหละ!!

    สิ่งที่มากระตุ้น หรือสิ่งเร้าที่จะทำให้เกิดความเครียดก็แตกต่างกันไป ในแต่ละคน 

   ว่ากันว่ามนุษย์รู้จักความเครียด ครั้งแรก ก็เมื่อตื่นนอนเดินออกจากถ้ำที่พักใน ตอนเช้าแล้วมาเจอเสือเขี้ยวดาบยืนแสยะยิ้มรออยู่ปากถ้ำ (สมมุติว่าก่อนหน้านั้นไม่เคยเจออะไรที่น่ากลัวเท่านี้มาก่อน) ปฏิกิริยาของบรรพบุรุษของเรา ท่านนั้นก็อาจจะออกมาได้สองแบบ คือ วิ่งเข้าต่อสู้กับเจ้าเสือเขี้ยวดาบนั้นด้วยมือเปล่าหรือกระบอง (ถ้ามี) หรือวิ่งหนีเข้าถ้ำไปแอบจนกว่าเสือจะผ่านไป ความอกสั่นขวัญแขวนที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความกลัว จนไม่กล้าออกไปล่าสัตว์อีกต่อไป ก็กลายมาเป็นต้นแบบของโรคประสาทชนิดหนึ่ง ของลูกหลานมนุษย์ในเวลาต่อมา 

   ผู้เขียนขอบอกว่า “ความเครียด” เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของพวกเรา ก็คงฟังแปลกออกไป เพราะดูเหมือนว่าในขณะนี้ พวกเราพยายาม หาวิธีที่จะลดความเครียด ให้เหลือน้อยที่สุด แต่ถ้าปราศจากความเครียดแล้ว ชีวิตของมนุษย์คงจะลดสีสันและน่าเบื่อ ความเครียดเหมือนกับผงชูรส ที่เพิ่มรสชาตให้กับชีวิต เป็นสิ่งที่ท้าทายในการดำรงอยู่ของพวกเราทุกคน ความเครียดที่มาก และติดต่อกันนานเกินไปต่างหากที่จะมีผลร้ายต่อร่างกาย และจิตใจของเรา

บางอย่างที่เราควรรู้เกี่ยวกับความเครียด คือ ….

- 1.คนทุกคนจะเครียดเหมือนๆกัน เมื่ออยู่ในภาวะเดียวกัน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด คนเราจะมีปฏิกิริยาต่อความเครียดแตกต่างกันออกไป แม้จะอยู่ในสถานการณ์แบบ เดียวกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ นักเรียนที่ฟังการประกาศผลสอบเอนทรานซ์ ในคนที่สอบไม่ได้เหมือน ๆ กัน ทุกคนจะรู้สึกเสียใจผิดหวัง แต่ปฏิกิริยาต่างกัน บางคนเฉย ๆ บางคนร้องห่มร้องไห้ บางคนหลบหน้าเพื่อนฝูงเพื่อขอเวลาทำใจ และในบางคนอาจจะซึมเศร้ามากจนคิดฆ่าตัวตายก็มี 

- 2.ความเครียดเป็นสิ่งไม่ดี ความคิดที่ว่าไม่มีความเครียดเลยจะดีที่สุด เป็นความคิดที่ยังไม่ถูกต้องทีเดียวนัก ความเครียดต่อมนุษย์เปรียบ ได้กับความตึงที่เรา ...ขึงสายไวโอลิน ถ้าขึงหย่อนหรือตึงไปก็จะทำ ให้เสียงไวโอลินผิดเพี้ยนไป... ความเครียดอาจจะเป็นอุปสรรคหรือเพิ่มสีสันให้กับชีวิต จะขึ้นอยู่กับวิธีที่เรา “จัดการ” กับมันมากกว่า 

- 3.ไปที่ไหนก็มีแต่ความเครียด จะทำอะไรได้ มีผู้ที่คิดเช่นนี้มากมาย แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น ถ้าเรารู้จักคิดและวางแผนในการจัดการรับ ความเครียดไม่ให้มา ท่วมท้นเรา การจัดลำดับความเครียด จากน้อยไปหามาก และค่อยๆ แก้ปัญหาไปตามความยากง่ายของต้นเหตุที่ทำให้เราเครียด ถ้าเราไม่จัดการกับ ความเครียด ไม่สามารถจัดลำดับชั้นความเครียดได้ จะทำให้ปัญหาทุกอย่างใหญ่เท่า ๆ กัน และดูเหมือนจะมีความเครียดไป ทุกแห่งจนแก้ไขอะไรไม่ได้ 

- 4.วิธีคลายเครียดที่เป็นยอดนิยมเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับเรา.. เช่นเดียวกันไม่มีวิธีคลายเครียดแบบใดที่จะใช้ได้ผลกับทุก ๆ คน วิธีดำเนินชีวิตของเราแตกต่างกัน พบสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาของเราจึงแตกต่างกันไป วิธีคลายเครียดที่ใช้ได้ผลกับคนๆหนึ่ง อาจไม่ได้ผลกับเรามากนัก ควรใช้วิธีคลายเครียดหลายๆอย่างเลือกให้เหมาะสม กับตัวเรา 

- 5.ถ้าไม่มีอาการทางกายแปลว่าไม่เครียด .. ตามความเป็นจริงแล้วการไม่มีอาการ ทางกาย เช่น ปวดหัว ใจสั่น ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความเครียด บางคนอาจใช้ยาเพื่อลดอาการทั้งทางร่างกายและจิตใจลงไปได้ แต่ยังมีความเครียดอยู่ บางคนอาจจะพูดว่าไม่เคยเครียดเลย หรือเป็นคนไม่เครียดตลอดชีวิต ดูจะเป็นความสามารถเฉพาะตัว ที่จากจะลอกเลียนแบบได้ 

    ถ้าท่านคิดว่าท่านมีความเครียดและต้องการ “จัดการ” กับความเครียดอาจทำได้ โดยการศึกษาหาความรู้จากหนังสือ จากเพื่อน ญาติหรือคนใกล้ชิดและสื่อต่าง ๆ หรือทางโทรศัพท์ หรือปรึกษาจิตแพทย์...อย่าเก็บความเครียดไว้เพียงลำพัง... เพราะจะมีแต่พังกับพััง ทั้งเรื่องจิตใจร่างกายและชีวิตครอบครัว!!

การคลายเครียด

   การคลายเครียด...บางอย่างที่ได้พูดถึงแล้วในช่วงบน ความเครียดที่พวกเรา ควรรู้จักไป 4-5 ประการแล้ว ตอนนี้ก็อยากมาเพิ่มเติมต่ออีก โดยเฉพาะตัวเลขที่เกี่ยว กับความเครียด จากรายงานของสมาคมจิตวิทยาของอเมริกัน พบว่าในคน(อเมริกัน) ประมาณ 43 เปอร์เซ็นต์ จะมีภาวะสุขภาพจิตที่ไม่ดี ซึ่งเกิดจากผลของความเครียด และประมาณ 75-90 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่ไปพบแพทย์ (หมายถึงผู้ป่วยไม่ใช่เพื่อนฝูง หรือภรรยาที่คอยไปพบ) ตามโรงพยาบาล มีอาการที่เกี่ยวข้องกับความเครียด (Stress-related complains) ซึ่งถ้านับเป็นการสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ เช่น การเสียชั่วโมงทำงาน การขาดงาน ผลผลิตที่ได้ลดลง ความเครียดก่อให้เกิดการ สูญเสียมากกว่า 300 ล้านเหรียญต่อปี

    เชื่อว่าในประเทศไทยเรายังไม่มีผู้ใดคิดคำนวณการสูญเสียทางเศรษฐกิจ หรือการเงิน เนื่องมาจากความเจ็บป่วยโดยเฉพาะโรคทางด้านสุขภาพจิต หรือความเครียด ซึ่งคิดค่อนข้างยากกว่าความเจ็บป่วยด้วยโรคทางกาย แต่ถ้าประมาณด้วยสายตา เมื่อพบผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลจิตเวชในต่างจังหวัด โดยเฉพาะทางภาคอีสานบ้านข้อย (ข้อย แปลว่าผมหรือฉัน)แล้วก็คงมากพอดู เพราะในการพาผู้ป่วย “โรคจิต” หรือ “ผีบ้า” 1 คน มาโรงพยาบาลจะมีญาติพี่น้อง ไม่ต่ำกว่า 5 คน หรือเท่าที่รถปิคอัพ1คัน จึงจะขนมาได้ 

   กลับมาเรื่องของความเครียดอีกครั้ง เท่าที่มีการศึกษาพบว่าในภาวะปกติ คนทั่ว ๆ ไป จะมีความรู้สึกเครียด หรือมีอาการในระดับปานกลาง และมากประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร แต่หลังจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ การเมืองการทหาร (นอกประเทศ..รบกับอิรัค)และเหตุการณ์911 การสอบถามโดยใช้แบบสอบถาม ประชาชน ทั่วไป จะรู้สึกเครียดมากขึ้นเป็น 40-60 เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่อาชีพ ซึ่งถ้าดูแล้วคนที่ไม่เครียด นอกจากเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว ก็เห็นจะเป็นผู้ใหญ่ หรือคนแก่ที่สมองเสื่อม หรือไม่รับรู้อะไรแล้ว 

    มีบางท่านอาจจะคิดว่า ขนาดของปัญหาจะสัมพันธ์กับความเครียดที่เกิดขึ้น... ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น เราอาจจะเห็นผู้ที่ติดหนี้ธนาคาร 300ล้านกินได้ นอนหลับ ในขณะที่ผู้ที่ถูกทวงเงินไม่กี่พันบาทมีอาการเครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ ดังนั้น คนที่จะเอาตัวรอดจากความเครียดได้ ต้องรู้จัก “จัดการ” กับความเครียดนั้น ซึ่งโดยความหมายแล้ว การ “จัดการ” ไม่ได้หมายความว่าให้เราขจัดความเครียด ให้หมดไป แต่หมายถึงวิธีการที่เราจะอยู่กับความเครียดของเราให้ได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้ 

เมื่อคิดว่าตัวเรากำลังเริ่มเครียด 

1. หยุดคิดสักครู่ หรือพยายามนึกถึงภาพสวย ๆ สถานที่สวย ๆ ที่เคยเห็นหรือเคยไปพบ บางครั้งเราไม่สามารถหนีจากสถานการณ์ หรือ ภาวะแวดล้อมไปได้ก็จะใช้ความคิดฝันให้เป็นประโยชน์เหมือนเพลง “To dream the impossible dream” 

2. เมื่อหยุดคิด หรือหยุดความฟุ้งซ่าน ลงได้บ้างแล้วให้พยายามเรียงลำดับ ปัญหาตามความสำคัญอาจจะนั่งนึก หรือเขียนลงเป็นข้อ ๆ และค่อย ๆ คิดดูว่าปัญหาใด แก้ไขได้ ปัญหาใดต้องรอไว้ก่อน หรือปัญหาบางอย่างที่ไม่สามารถแก้ไขได้เลย คงต้องยอมรับขีดความสามารถในการแก้ไขปัญหาของเราอย่างเป็นจริง 

3. เมื่อเรียงลำดับปัญหา ได้แล้วก็ต้องพยายามหากิจกรรมต่าง ๆ ทำที่ดีที่สุด คือ การออกำลังกาย เล่นกีฬาชนิดต่าง ๆ ที่ตนเองถนัด หรือพอเล่นได้ หรือทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้อื่น เช่น ไปเลี้ยงเด็กกำพร้า เลี้ยงอาหารผู้ป่วยสามัญ โดยเฉพาะตามโรงพยาบาลจิตเวชต่าง ๆ ที่ขาดแคลนคนเหลียวแล 

4. หาเพื่อนหรือผู้ที่เราสามารถระบายความเครียดได้ เราอาจจะคุยกับญาติ พี่น้อง ครู พระ หรือผู้ที่สามารถรับฟังสิ่งที่เราวิตกกังวล และทำให้เครียด ถ้ายังรู้สึกว่ามีปัญหามากอาจจะไปพบผู้อื่นที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา (Counsellor) นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ สำหรับวิชาชีพหลังสุด อยากให้ไปพบในกรณีสุดท้าย เพราะอาจจะไม่มีเวลามากพอสำหรับท่านที่อยากระบายความเครียดนาน ๆ และแถมยังต้องเสียค่าใช้จ่ายตามกรณีอีกด้วย 

5. ประการสุดท้ายหลังจากดำเนินการมาตามคำแนะนำต่างๆ แล้ว ก็คือ การปรับจิตใจของเรา (ซึ่งจะลดความตึงเครียดไปได้บ้างแล้ว) …ให้รู้จักปรับเข้า กับปัญหา ยอมรับในสิ่งที่ยังแก้ไขไม่ได้ …ถ้าอยากจะกรี๊ดหรือร้องไห้ก็ร้องเสีย ให้เต็มที่ไม่ต้องอายใคร (ควรจะทำกิจกรรมนี้ในที่ลับตาผู้คนเสียหน่อย)… พยายามให้ความหวังกับตนเอง และดูแลสุขภาพ การกินการนอนให้พอเพียง การใช้ยา “ระงับประสาท” หรือยา “คลายเครียด” อยากให้พิจารณาเมื่อ มีอาการทางกาย มากขึ้น หรือนอนไม่หลับจน ไปทำงานทำการไม่ได้ เพราะยาเหล่า นั้นเพียงแต่ช่วย ลดอาการวิตกกังวล หรืออาการทางกาย เช่น ใจสั่น ปวดหัว มื้อไม้สั่น ปวดท้องอย่างรุนแรง เวียนหัวคล้ายจะอาเจียน หรือช่วยให้นอนหลับ เท่านั้นเอง

    สิ่งหนึ่งที่ช่วยจะลดปัญหา ความเครียด” ลงได้อีกระดับหนึ่ง คือ.. การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ลองหลับตาคิดดูบ้างว่า.. ถ้าเขาทำแบบนี้กับเราบ้างจะรู้สึกยังไง กับการที่เราทำกับเขาแบบนี้ ?? …อย่ามีความสุขบนกองทุกข์ของผู้อื่น.. อย่าเอาแต่แกล้งคนอื่นอยู่เป็นนิจ.. จงรู้คิดปล่อยวางหรือทำจิตให้ว่างบ้าง …อย่าเอาแต่ใส่อารมณ์กับคน อื่นอยู่ร่ำไป… รู้จักเข้าใจหรือเอาใจคนอื่นบ้าง อย่าเอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่ ..หัดยอมรับคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ว่าของฉันต้องดีเด่นที่สุด หรือสวยเลิศเพียงคนเดียวในปฐพี!!

    ความเครียดจะยังคงเป็นแขกประจำของเราท่านทั้งหลายอยู่เสมอ ดังนั้น… จึงควรจะอยู่กับความเครียดให้ได้ดีกว่า เป็นเพื่อนที่ดีของความเครียดว่างั้น เถอะ…จะหลบหนีจากมันไปไหนคงลำบาก มันคงเป็นเงาติดตังเราไปทุกวัน… หรือบางท่านที่มีอะไรดีๆในการแก้ปัญหาอาจจะบอกว่า “จะเครียดกันไปใย?”

    ทั้งหมดที่ว่ามานั้น ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุหรือวิธีแก้ มันไม่ใช่กฎตายตัว... จะแก้ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล สิ่งแวดล้อม คนข้างเคียง สายเลือด สภาพครอบครับและสุขภาพจิตใจ ฯลฯหรือจะเรียกว่า.... รางเนื้อชอบรางยา!!

 

 
 
Click for Bangkok, Thailandt
Bangkok
Click for Sydney, New South Wales Forecast
Sydney, AU
Click for London, United Kingdom Forecast
London, UK
Click for Los Angeles, California Forecast
Los Angeles
 
---

webmaster

 

  © Copyrights 2006 Thai Nation Media Group, LLC. All Rights Reserved.

 

www.thainationusa.com

 

Powered by ThaiTVnet 1999- 2010 Thai Nation Media Group, LLC.